เข้าสู่ระบบ or สมัครสมาชิก  
ข้อมูลพื้นฐาน/การบริการ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ข้อมูลส่งเสริมการลงทุน
ท่องเที่ยวบุรีรัมย์
 
 
 
 
 
 
 
 
ข้อมูลด้านการพัฒนาจังหวัด
 
 
 
 
 
 
 
สำหรับเจ้าหน้าที่

Username:

Password:

ลิงค์หน่วยงานต่างๆ




สรุปข่าวการประชุม ครม
กระบวนอำนวยความสะดวกและการให้บริการประชาชน
ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด
 

 
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
ตำนานหัวล้านไทย




ตำรับหัวล้าน

       หัวล้าน มีหลายแบบ เหมือนคนมีผมหลายทรง คนสมัยก่อนเขาจึงมีคำเรียกคล้องจองกันไว้ต่างๆกันหลายสำนวน มีตำรับหนึ่งเขาแยกแยะเอาไว้ว่า ทุ่งหมาหลง ดงช้างข้าม ง่ามเทโพ ชะโดตีแปลง แร้งกระพือปีก ฉีกหาง(ขวาน)ฟาด ราชคลึงเครา


       บางแห่งก็มีเรียกต่างไปเป็น ทุ่งหมาหลง ดงช้างข้าม ง่ามเทโพ ชะโดตีแปลง แร้งกระพือปีก ครึ่งซีกพระจันทร์ สุริยันหมดเมฆ


       หัวล้านจันทบูร มีชื่อเรียกต่างออกไปว่า ฉอกหมาหลง ดงช้างข้าม ห้ามไม่หยุด หลุดท้ายทอย ห้อยหนองปรือ ลือทั่วบ้าน ล้านเฉ่งเหม่ง



1.ทุ่งหมาหลง



หัวล้านประเภทนี้ คือ หัวล้านที่ล้านอย่างมากๆ ล้านเกือบหมด มีผมเฉพาะตรงตีนผม ทั้งสองข้าง เท่านั้น คือหัวล้านอย่างมาก จนหากเราเอาหมาไปปล่อยลงตรงกลางหัว หมาก็ต้องหลงทาง หาทางกลับบ้านไม่ได้ เพราะจะกำหนดที่หมายไม่ได้เลยว่าทิศไหนเป็นซ้ายขวาหน้าหลัง เรียกว่าถ้าเป็นทุ่งก็มองไปจรดขอบฟ้าได้ทุกทิศ ไม่มีที่หมายให้รู้




2.ดงช้างข้าม



คือหัวล้านเป็นทาง จากหน้าผากไปถึงท้ายทอย อาจมีสัณฐาน เหมือนแม่น้ำที่มีปากน้ำอยู่เหนือหน้าผากก็ได้ หากเปรียบผมเป็นดง รอยหัวล้านก็เปรียบเป็นทางเดินของช้าง ความกว้างของทางจะมากน้อยแคบ กว้างเท่าไร ก็ได้ แต่จะไม่ตกขอบ คือช้างยังมองเห็นแนวป่าอยู่ทั้งสองข้าง หากไม่เห็นแนวป่าก็จะเข้าแบบทุ่งหมาหลง นั่นเอง



3.ง่ามเทโพ




คือล้านเถิกเข้าไปสองข้างขมับ มีผมอยู่ตรงกลางเหนือกระหม่อม ไปจนถึงด้านหลัง



4.ชะโดตีแปลง



คือหัวล้านที่เป็นวงกลมกลางกบาล มีผมโดยรอบทั้งซ้ายขวา หน้าหลัง เหมือนปลาชะโดตีแปลงจนน้ำกระเซ็นออกไปรอบทิศ หากน้ำน้อยจนเกือบเป็นโคลนตมแล้ว ชะโดตีแปลงก็จะมีส่วนน้ำขังเป็น วงกลม หัวล้านแบบนี้จึงต้องมองด้านบนจึงจะชัดเจน



5.แร้งกระพือปีก



คือล้านที่เถิกเข้าไปสองข้างขมับลึกเข้าไปโอบกระหม่อม ไปต่อกับ ด้านหลังเหลือกระจุกผมอยู่เพียงด้านหน้า เหมือนโดนปีกของแร้ง มากระพือรวมไว้



6.ฉีกขวานฟาด (หรือบางตำราเรียกว่า ฉีกหางฟาด)




หัวล้านแบบนี้หมายความว่าล้านไม่เลื่อมคือยังมีผมบางๆอยู่ อุปมาเหมือน ฉีกหาง(ปลา หรือวัว) ฟาดลงไปจะเห็นเป็นเส้นเป็นแนวอยู่ ส่วนที่เป็นเวิ้งผมอาจมีขอบรูปหาง ไปจนจรดท้ายทอยก็ได้



7.ราชคลึงเครา




หัวล้านนี้บางทีเห็นสะกดคำ คลึงเป็นครึง ก็มี แต่ไม่คิดเห็นความหมายส่วนราชคลึงเครา ก็หมายว่าพระราชาลูบเครานั่นเอง หัวล้านแบบนี้คงจะหมายถึงล้านแบบต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว เพียงแต่เพิ่มว่า มีหนวด และเครา เกินธรรมดาเข้าไป คนหัวล้านชนิดนี้จะมีขนหน้าอกดก อีกต่างหาก ตัวในเรื่องที่มีลักษณะล้านอย่างนี้ก็คือ "ขุนช้าง" นั่นเอง



8.ครึ่งซีกพระจันทร์


คือล้านที่ด้านหน้าตรงหน้าผากเว้าขึ้นไปด้านบน เป็นรูปครึ่งวงกลม เหมือนพระจันทร์ครึ่งซีก ล้านแบบนี้ดูคล้าย “ล้านรอยควาย” ของภาคเหนือตอนล่าง



9. สุริยันหมดเมฆ


คือล้านเกลี้ยงทั้งหัว ล้านสมบูรณ์แบบ เห็นหัวแดงเหมือนดวงอาทิตย์ เหมือนกับล้านเฉ่งเหม่งของจันทบูร และ ล้านแบบตังโคตรบ่มีของล้านนา



ความเชื่อเรื่องลักษณะของคนหัวล้าน


1. ล้านเฉลิมรอยควาย คือ ล้านเว้าหน้า เชื่อว่า เป็นคนใจนักเลง ใจกว้างกับเพื่อนฝูง เพื่อนฝูงรักใคร่ ส่วนมากจะเป็นผู้นำคน
2. ล้านชะโดตีแปลง หรือ ล้านกำแหง คือ ล้านตรงกลางหัว เชื่อว่าเป็นนักเลง คนดุ
3. ล้านเศรษฐี คือ ล้านเลี่ยนเตียนโล่ง เหลือผมหลีกหวี หรือ เหลือผมเฉพาะเหนือใบหูข้างละนิด ล้านชนิดนี้เชื่อว่าเป็นคนร่ำรวยมีเงิน
4. ล้านจัญไร คือ ล้านเป็นหย่อมๆ ล้านไม่สม่ำเสมอ ล้านแบบนี้เชื่อว่า ทำอะไรก็มีแต่จะล่มจมเสียหาย


 คนไทยสมัยก่อนคงจะสนุกสนานกับคนหัวล้านกันมาก ในวรรณคดีไทยเก่าๆ หรือนิทานพื้นบ้าน จะพบเรื่องราวของคนหัวล้านอยู่หลายครั้ง แม้แต่คำพังเพยก็มีหลายวลี เช่น “ หัวล้านได้หวี ” “ หัวล้านนอกครู ” “ หัวล้านพลอยตาย ” “ คบเด็กสร้างบ้าน คบหัวล้านสร้างเมือง ” เป็นต้น

บทร้องเล่นของเด็กก็มี เช่น “ หัวล้านหัวเหลือง หัวละเฟื้องสองไพ ” คนหัวล้านแต่หัวไวก็ตอบว่า “ หัวล้านหัวถ่อ หัวล้านพ่อมึงเมื่อไร ” หรือไม่ก็ “ หัวล้านหัวคน หัวขนหัวหมา ” (โว้ย)

ที่มาของวลีว่า “ หัวล้านพลอยตาย ” มาจากนิทานเก่าเล่าว่า

     หัวล้านคนหนึ่งเกิดคุ้มคลั่ง ปีนขึ้นไปโวยวายอยู่บนปลายตาล(ตอนนั้นคงยังไม่มียาบ้า) และตะโกนว่าจะกระโจนลงมาให้คอหักตาย พอดีมีหัวล้านอีกสี่คนผ่านมา ก็คิดจะช่วยเหลือ จึงช่วยกันจับมุมผ้าห่มขึงไว้รองรับ เมื่อหัวล้านที่ปลายตาลกระโจนลงมา กลับปรากฏว่า หัวล้านทั้งสี่คะมำ หัวชนกันตายทั้งหมด ทั้งหัวล้านบนยอดตาลและหัวล้านที่รอรับรับอยู่โคนตาล.

     ส่วนคำพังเพย “ หัวล้านนอกครู ” มีนิทานประกอบเช่นกัน เล่าว่า

     ศิษย์หัวล้านคนหนึ่งไปหาครู ขอให้ช่วยรักษาอาการหัวไม่มีผมนี่ให้ที ครูเมตตาบอกคาถาปลุกผมให้ และบอกวิธีการทำให้เสร็จ เริ่มต้น คือให้ไปบริกรรมคาถาริมสระน้ำ ว่าคาถาคาบหนึ่ง แล้วกระโจนลงสระทีหนึ่ง แล้วขึ้นมาบริกรรมใหม่อีกสองคาบ แล้วกระโจนครั้งที่สอง ขึ้นมาบริกรรมอีกสามคาบ แล้วกระโจนครั้งที่สาม แค่นี้ ผมจะดกขึ้นเป็นปกติ ศิษย์ก็จำคาถาไปทำตาม จนครบสามครั้ง ก็ปรากฏว่าได้ผล ผมดำๆขึ้นเต็มหัวเป็นปกติ
     แต่แล้วก็เกิดโลภ คิดว่า ถ้าทำอีกคงจะผมดกกว่าคนทั่วไป เป็นการเผื่อเหลือเผื่อขาด คอนเฟิร์มซักหน่อย จึงทำเป็นครั้งที่สี่ ปรากฏว่าเมื่อขึ้นมากลับหัวล้านอย่างเดิม คาถาที่ครูบอกก็เสื่อมเสียแล้ว ใช้ไม่ได้ เริ่มใหม่อีกครั้งก็ไม่ได้แล้ว ผมดำไม่ถึงนาทีกลับไปล้านอย่างเก่า เพราะ อวดรู้ดี และ ความโลภแท้ๆ เฮ้อ.

ข้อมูล และ ภาพประกอบ จาก หนังสือ“ตำนานหัวล้านไทย” จัดพิมพ์เนื่องในงาน ครบรอบ ๕ ปี พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย









สงวนลิขสิทธิ์โดย © Buriram Thailand :: ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์จังหวัดบุรีรัมย์ :: All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2009-12-01 (3381 คนอ่าน)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©